บริเวณตอนเหนือของแปลงสำรวจหมายเลข G1/61 ประกอบด้วยแหล่งปลาหมึก ปลาทอง
สุราษฎร์ ยะลา และกะพง เป็นต้น ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว ส่วน
บริเวณตอนกลางและตอนใต้ของแปลง ประกอบด้วยแหล่งปะการัง สตูล จักรวาล เอราวัณ ตราด ฟูนาน
และโกมินทร์ เป็นต้น ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก ซึ่งระบบการเกิดปิโตรเลียม (รูปที่ 4) มี
รายละเอียดดังนี้
หินต้นกำเนิดปิโตรเลียม (Source Rock) หินต้นกำเนิดหลักของแปลง G1/61 ได้แก่ หินดินดาน
อายุโอลิโกซีนที่มีปริมาณสารอินทรีย์สูงในลำดับชั้นหินที่ 1 นอกจากนี้ ยังพบว่าหินในลำดับชั้นหินที่ 2 3
และส่วนล่างสุดของลำดับชั้นหินที่ 4 ก็มีคุณสมบัติเป็นหินต้นกำเนิดปิโตรเลียมได้เช่นกัน
ระบบการให้ปิโตรเลียม-เคลื่อนย้าย-สะสมตัว (Generation-Migration-Accumulation: G-M-A)
คาดว่าปิโตรเลียมเคลื่อนย้ายออกจากหินต้นกำเนิดในลำดับชั้นหินที่ 1 ในช่วงอายุโอลิโกซีนตอนปลายถึง
ไมโอซีนตอนกลาง (Jardine, 1997) ส่วนปิโตรเลียมจากหินต้นกำเนิดในลำดับชั้นหินที่ 2 3 และ 4 เริ่ม
เคลื่อนย้ายตั้งแต่ช่วงอายุไมโอซีนตอนกลางจนถึงปัจจุบัน (Chevron, 2011)
หินกักเก็บปิโตรเลียม (Reservoir Rock) หินกักเก็บหลักคือ หินทรายในลำดับชั้นหินที่ 2 และ 3
ที่สะสมตัวในสภาพแวดล้อมแบบทางน้ำ-ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ส่วนหินกักเก็บรองคือ หินทรายใน
ลำดับชั้นหินที่ 1 และ 4
กลไกการกักเก็บและหินปิดกั้นปิโตรเลียม (Trap and Seal) กลไกการกักเก็บหลักประกอบด้วย
การกักเก็บโดยรอยเลื่อน (Fault Trap) และการกักเก็บโดยชั้นหิน (Stratigraphic Trap) ส่วนหินปิดกั้น
ปิโตรเลียม (Seal) ประกอบด้วยชั้นหินที่มีค่าความพรุนและค่าความซึมผ่านได้ต่ำ ได้แก่ หินดินดาน
หินโคลน หินทรายเนื้อละเอียด และชั้นถ่านหินที่แทรกสลับอยู่กับชั้นหินทรายกักเก็บ
รูปที่ 4 แบบจำลองภาพตัดขวางในแนวตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านแหล่งปะการัง ปลาแดง
ปลาทองใต้ และตราด แสดงการลำดับชั้นหินที่สัมพันธ์กับระบบการเกิดปิโตรเลียมของแอ่งปัตตานี